ครอบครัว 4 ชีวิต แม่ ลูกสาว กับหลาน 2 คน ที่พัทลุง โดนสหกรณ์ฟ้องยึดทรัพย์

วันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีรายหนึ่งว่า ครอบครัวที่มีผู้อาศัยอยู่ 4 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในช่วงฝนตก เนื่องจากบ้านถูกสหกรณ์แห่งหนึ่งยื่นฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพัทลุง จนมีการบังคับคดีโดยการรื้อถอนบ้านและหลังคา เพื่อนำวัสดุไปขายทอดตลาด นำเงินชำระหนี้แก่สหกรณ์

นางกันติยา ด้วงอ่อน อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน เผยว่า บ้านของตนอาศัยอยู่รวมกัน 4 คน คือ ตน น.ส.มุกฤทัย ด้วงอ่อน อายุ 27 ปี ลูกสาว ที่กำลังตั้งท้อง 7 เดือน และลูกของ น.ส.มุกฤทัย อีก 2 คน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา นายพิสิตธิ์ ด้วงอ่อน อายุ 55 ปี สามี ได้ไปขอกู้เงินจากสหกรณ์แห่งหนึ่งเป็นเงิน 15,000 บาท เพื่อนำมาต่อเติมบ้าน ต่อมาตนและสามีได้แยกทางกัน จนทำให้ไม่สามารถชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 57,000 บาทได้ เนื่องจากตนและลูกสาวมีรายได้จากการเก็บเศษยางจ้างประมาณวันละ 80-100 บาท จนถูกศาลบังคับคดีทำให้ถูกรื้อบ้าน รื้อหลังคาบ้านออกไปทั้งหมด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บ้านปลูกอยู่ในที่ดิน ส.ป.ก. เนื้อที่ 27 ตารางวา จึงไม่สามารถนำไปขายทอดตลาดได้ ตอนนี้ตนต้องนำแผ่นพลาสติก ผ้าเต็นท์ที่ชำรุดมามุงเป็นหลังคาเพื่อซุกหัวนอนกันทั้ง 4 คน ในช่วงที่ฝนตกหนักตน ลูก และหลานๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ ต้องไปอาศัยนอนบริเวณชานบ้านของเพื่อนบ้าน ขณะที่ลูกสาวอายุ 27 ปี ที่กำลังท้อง 7 เดือน ก็ขาดสารอาหาร ทาง รพ.ศรีบรรพต ได้ส่งต่อไป รพ.พัทลุง เพื่อไม่ให้กระทบกับลูกที่อยู่ในท้อง

นางกันติยา กล่าวอีกว่า ได้ยื่นขอเงินเยียวยา 5,000 บาท แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะตนมีที่ดินเพียง 27 ตารางวา ไม่ได้รับสิทธิ์เป็นเกษตรกร บางวันต้องนำผักที่หลานชายปลูกไว้หน้าบ้านมาผัดกับน้ำมันพืชกินกันไปทั้งครอบครัว

สำหรับทรัพย์ก่อนรื้อถอน ศาลประเมินค่าตั้งไว้ที่ 5,000 บาท แต่ตนก็ไม่มีเงินไปไถ่ถอน และทราบว่าการรื้อถอนในครั้งนี้ ทางสหกรณ์ได้ว่าจ้างคนมารื้อถอนบ้าน ถอดเอากรอบประตู หน้าต่าง หลังคา และโครงหลังคาไปเป็นเงิน 4,000 บาท เพื่อนำไปขายทอดตลาด ตอนนี้ไม่รู้จะพึ่งพาใคร จึงต้องขอความเมตตาจากผู้ใจบุญให้ช่วยเหลือด้วย